คู่มือสุขภาพ

อาการเวียนศีรษะ: สาเหตุ แนวทางการจัดการ และข้อควรระวัง

Dr. Ulas TepeDr. Ulas Tepe14 พฤษภาคม 2569
อาการเวียนศีรษะ: สาเหตุ แนวทางการจัดการ และข้อควรระวัง

อาการเวียนศีรษะเป็นอาการที่พบบ่อย ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวเคลื่อนไหวหรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังหมุน ส่งผลให้สูญเสียการทรงตัว รู้สึกมึนงง และลุกขึ้นยืนได้ยาก สาเหตุของอาการนี้มีได้หลากหลาย ดังนั้นเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องระบุสาเหตุที่แท้จริงให้ชัดเจนก่อน เพราะการรักษาเพียงแต่อาการจะไม่สามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้

ปัจจัยใดบ้างที่อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ?

อาการเวียนศีรษะที่รุนแรงหรือเกิดซ้ำบ่อยอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั่วไปอาการเวียนศีรษะมักเกิดขึ้นหลังจากเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนท่าทางกะทันหัน หรือหลังออกกำลังกายหนัก ในหลายกรณีผู้ป่วยสามารถสังเกตได้เองว่าอาการเวียนศีรษะถูกกระตุ้นในสถานการณ์ใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีสาเหตุที่แท้จริงอาจต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์เท่านั้นจึงจะสามารถระบุได้

สาเหตุหลักของอาการเวียนศีรษะ ได้แก่

เวอร์ทิโก

เวอร์ทิโกทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวเคลื่อนไหวหรือวัตถุเอียงและบิดเบี้ยว อาการนี้มักเกิดจากโครงสร้างที่ควบคุมการทรงตัวในหูชั้นในได้รับผลกระทบ

  • เวอร์ทิโกชนิดตำแหน่งดี (BPPV): เกิดจากการสะสมของผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตในท่อการทรงตัวของหูชั้นใน ท่อเหล่านี้ทำหน้าที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของร่างกายไปยังสมอง เมื่อเกิดการอุดตัน สัญญาณจะผิดปกติ ส่งผลให้สมองรับรู้ตำแหน่งผิด

  • โรคมีเนียร์: โรคนี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมของของเหลวในหูชั้นใน นอกจากเวียนศีรษะเฉียบพลันแล้ว ยังมีอาการหูอื้อและสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย

  • ลาบิรินไทติส: ภาวะนี้มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัสและมีการอักเสบของหูชั้นใน ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะและบางครั้งอาจทำให้สูญเสียการได้ยินถาวร

  • เวสติบูลาร์นูริติส: เป็นการอักเสบของเส้นประสาทเวสติบูลาร์โคเคลียร์ที่นำข้อมูลจากหูชั้นในไปยังสมอง อาการที่พบ ได้แก่ เวียนศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน สูญเสียการทรงตัว และคลื่นไส้

โรคเมารถ (Motion Sickness)

การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ที่ถ่ายทอดสู่ร่างกายขณะอยู่บนเครื่องบิน รถโดยสาร หรือเรือ สามารถส่งผลต่อศูนย์การทรงตัว ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน โดยเฉพาะ การตั้งครรภ์ และการใช้ยาบางชนิดอาจเพิ่มความไวต่อการเคลื่อนไหวได้ สำหรับคนส่วนใหญ่ อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากลงจากพาหนะ

ไมเกรน

อาการไมเกรนเป็นภาวะทางระบบประสาทที่นอกจากปวดศีรษะแล้ว ยังอาจมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดออร่าไมเกรน อาจพบอาการเวียนศีรษะ การเปลี่ยนแปลงในการมองเห็นและการพูด ผู้ป่วยไมเกรนมักสังเกตเห็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดอาการได้

ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension)

การเปลี่ยนท่าทางกะทันหันหรือได้รับน้ำไม่เพียงพออาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็วและเกิดอาการเวียนศีรษะ ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ เบต้า-บล็อกเกอร์ หรือยาต้านซึมเศร้า ก็อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำได้เช่นกัน นอกจากนี้ การตั้งครรภ์ การเสียเลือดมาก การขาดน้ำ หรืออาการแพ้รุนแรงก็เป็นสาเหตุได้

ปัญหาหัวใจและหลอดเลือด

ความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหลอดเลือดอุดตัน อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงและเกิดอาการเวียนศีรษะได้ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น หรือบวม

โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ระดับธาตุเหล็กในเลือดลดลงทำให้การสร้างฮีโมโกลบินลดลง ส่งผลให้การขนส่งออกซิเจนผิดปกติ อาจมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ใจสั่น ซีด และเวียนศีรษะ การรักษาทำได้โดยการเสริมอาหารและหากจำเป็นอาจใช้ยา หรือให้เลือด

น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

การงดอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การใช้ยาอินซูลินหรือยาบางชนิดอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ อาการเวียนศีรษะจากภาวะนี้มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการหิว อ่อนเพลีย เหงื่อออก

โรคภูมิคุ้มกันทำลายหูชั้นใน

เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีเนื้อเยื่อหูชั้นในโดยผิดพลาด อาการที่พบบ่อย ได้แก่ หูอื้อ สูญเสียการได้ยิน และเวียนศีรษะ

ความเครียดและความวิตกกังวล

ในช่วงที่มีความเครียดเรื้อรังหรือเกิดอาการวิตกกังวล ฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมาอาจทำให้หลอดเลือดหดตัว อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น และนำไปสู่อาการเวียนศีรษะได้ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น นอนไม่หลับ เหงื่อออก กล้ามเนื้อตึง หรือปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร

อาการฉุกเฉินที่ควรระวังในผู้ที่มีอาการเวียนศีรษะ

ในบางกรณี อาการเวียนศีรษะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับเวียนศีรษะ ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

  • สูญเสียการมองเห็นเฉียบพลันหรือเห็นภาพซ้อน

  • ปวดศีรษะรุนแรง

  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาตามแขนขา

  • เจ็บหน้าอก

  • สับสนหรือหมดสติ

  • มีไข้สูง

  • อาเจียนควบคุมไม่ได้

การทำความเข้าใจสาเหตุของอาการเวียนศีรษะ: มักเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด?

อาการเวียนศีรษะอาจมีสาเหตุที่ค่อนข้างง่ายหรือซับซ้อนทางการแพทย์ โรคหูชั้นใน ไมเกรน ความเครียด โลหิตจาง ความดันโลหิตต่ำ ความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด ปัญหาทางระบบประสาทหรือหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ ผลข้างเคียงจากยาหลายชนิดก็อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะได้

วิธีบรรเทาอาการเวียนศีรษะ

แนวทางหลักในการจัดการอาการเวียนศีรษะคือการระบุสาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากอาการรุนแรงหรือเกิดซ้ำ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เสมอ มาตรการที่สามารถทำได้เองที่บ้าน ได้แก่

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

  • เปลี่ยนท่าทางอย่างช้า ๆ

  • พยายามจ้องมองจุดเดียวและหลับตาหากจำเป็น

  • รับประทานอาหารให้ครบมื้อและสมดุล

  • หลีกเลี่ยงการบริโภคเกลือมากเกินไป

  • พยายามลดความเครียด

  • ใช้ยาตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์หากจำเป็น

ควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการเวียนศีรษะบ่อยและไม่หาย?

อาการเวียนศีรษะที่เป็นต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางการแพทย์ที่รุนแรงมากขึ้น เช่น ความผิดปกติของหูชั้นใน โรคระบบประสาท ไมเกรน หรือความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์

อาการเวียนศีรษะที่เกิดขณะนอนหรือตอนเปลี่ยนท่าทาง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเวียนศีรษะขณะนอนคือภาวะเวียนศีรษะตำแหน่งดี (BPPV) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนของผลึกการทรงตัวในหูชั้นใน อาการเวียนศีรษะประเภทนี้มักถูกกระตุ้นโดยการเคลื่อนไหวศีรษะ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อเช่นลาบิรินไทติสหรือเวสติบูลาร์นูริติส ความดันโลหิตต่ำ โลหิตจาง ขาดน้ำ หรือความเครียดและความวิตกกังวลก็อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ ในบางกรณีที่พบไม่บ่อย ไมเกรน หรือโรคทางระบบประสาทและหัวใจและหลอดเลือดรุนแรงก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน

อาการเวียนศีรษะในเด็ก: ควรระวังอะไรบ้าง?

อาการเวียนศีรษะในเด็กอาจเกิดจากการติดเชื้อหูชั้นใน ไมเกรน ช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ความผิดปกติของการทรงตัว หรือในบางกรณีไซนัสอักเสบ แม้จะพบได้น้อยแต่โรคทางระบบประสาทบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุได้ ดังนั้นควรได้รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่แน่ชัด

อาการเวียนศีรษะขณะตั้งครรภ์: สาเหตุและวิธีรับมือ

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้น หรือระดับน้ำตาลในเลือดต่ำในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนทำให้เกิดอาการนี้ เมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะในหญิงตั้งครรภ์ควรพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และลุกขึ้นอย่างช้า ๆ หากอาการเป็นนานหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์

ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางใด?

หากอาการเวียนศีรษะไม่หาย รุนแรง หรือไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์หู คอ จมูก (โสต ศอ นาสิก) แพทย์ระบบประสาท หรือแพทย์อายุรกรรม ในบางกรณีอาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

1. อาการใดบ้างที่ควรไปโรงพยาบาลฉุกเฉินร่วมกับเวียนศีรษะ?

หากมีอาการเวียนศีรษะร่วมกับการสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง พูดหรือสติผิดปกติ แขนขาชา เจ็บหน้าอก มีไข้สูง หรืออาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

2. สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเวียนศีรษะคืออะไร?

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ โรคของหูชั้นใน (เวอร์ทิโก), การเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต, ไมเกรน, ภาวะโลหิตจาง, ความเครียด และผลข้างเคียงของยาบางชนิด

3. สามารถทำอะไรที่บ้านเพื่อบรรเทาอาการเวียนศีรษะได้ทันที?

การนั่งในที่ปลอดภัยและพยายามอยู่นิ่ง ๆ หากเป็นไปได้ให้หลับตาและหายใจลึก ๆ อาจช่วยได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรงหรือเกิดซ้ำ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

4. โรคใดบ้างที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ?

โรคของหูชั้นใน โรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคทางระบบประสาท เบาหวาน ภาวะโลหิตจาง (อะนีเมีย) ไมเกรน ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ และปัญหาทางจิตใจ ล้วนเป็นสาเหตุพื้นฐานของอาการเวียนศีรษะได้

5. การวางแผนการรักษาอาการเวียนศีรษะเป็นอย่างไร?

การรักษาขึ้นอยู่กับการระบุสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาตามนั้น อาจใช้การรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด ปรับเปลี่ยนโภชนาการ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตตามความเหมาะสม

6. อาการเวียนศีรษะในเด็กอันตรายหรือไม่?

สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการเวียนศีรษะในเด็กมักเป็นเรื่องง่ายและชั่วคราว แต่หากมีอาการเกิดซ้ำหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์

7. วิธีใดบ้างที่ช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะขณะตั้งครรภ์?

แนะนำให้ดื่มน้ำมากขึ้น รับประทานอาหารมื้อเล็กแต่บ่อย เคลื่อนไหวช้า ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาการเวียนศีรษะรุนแรงหรือเป็นเวลานาน ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

8. ยาใดบ้างที่อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ?

ยาความดันโลหิตบางชนิด ยาต้านซึมเศร้า ยาขับปัสสาวะ และยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หากสงสัยว่าเกิดจากยาที่ใช้ ควรปรึกษาแพทย์

9. อาการเวียนศีรษะกับการเป็นลมเหมือนกันหรือไม่?

อาการเวียนศีรษะไม่ได้ทำให้เป็นลมเสมอไป แต่หากมีอาการอ่อนเพลียรุนแรง หมดสติ หรือหกล้มร่วมด้วย อาจมีสาเหตุร้ายแรง ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

10. อาการเวียนศีรษะกับเวอร์ทิโกแตกต่างกันหรือไม่?

แตกต่างกัน อาการเวียนศีรษะหมายถึงความรู้สึกมึนงงหรือเสียการทรงตัวโดยทั่วไป ส่วนเวอร์ทิโกเป็นอาการเวียนศีรษะชนิดหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งรอบข้างหมุน

11. อาการเวียนศีรษะเกิดจากจิตใจได้หรือไม่?

ได้ ความเครียดหรือความวิตกกังวลที่ยาวนานและรุนแรงอาจเป็นสาเหตุทางจิตใจของอาการเวียนศีรษะได้

12. ควรระวังอะไรเพื่อป้องกันอาการเวียนศีรษะ?

ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่สมดุลและสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวศีรษะอย่างรวดเร็ว ใส่ใจการจัดการความเครียด และควบคุมโรคเรื้อรังให้อยู่ในเกณฑ์

แหล่งข้อมูล

  • องค์การอนามัยโลก (WHO), Vestibular Disorders: https://www.who.int/

  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC), Dizziness and Vertigo: https://www.cdc.gov/

  • American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS), Clinical Practice Guideline on Benign Paroxysmal Positional Vertigo.

  • American Heart Association (AHA), Dizziness, Vertigo, and Imbalance.

  • Mayo Clinic, Dizziness: Causes and Prevention.

  • Neurology (วารสารวิชาการ), Vertigo and dizziness: practice guideline update.

คุณชอบบทความนี้ไหม?

แชร์กับเพื่อนของคุณ