คู่มือสุขภาพ

อาการเจ็บหน้าอก: สาเหตุ อาการแสดง และควรไปพบแพทย์เมื่อใด

Dr. Dilek GörenDr. Dilek Gören12 พฤษภาคม 2569
อาการเจ็บหน้าอก: สาเหตุ อาการแสดง และควรไปพบแพทย์เมื่อใด

อาการเจ็บหน้าอก

อาการเจ็บหน้าอกอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน และบางครั้งอาจต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากอาจเกิดจากโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและปอด ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับอาการเจ็บหน้าอกเป็นอย่างยิ่ง ทั่วโลกมีผู้เข้ารับบริการฉุกเฉินจำนวนมากเนื่องจากอาการเจ็บหน้าอก

สาเหตุหลักของอาการเจ็บหน้าอกมีอะไรบ้าง?

อาการเจ็บหน้าอกอาจมีแหล่งที่มาหลากหลาย สาเหตุที่รุนแรงที่สุดได้แก่ โรคหัวใจและโรคปอด แต่ก็มีสาเหตุที่ไม่รุนแรงหรือชั่วคราวอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการเจ็บได้เช่นกัน

สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ

  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (หัวใจวาย): เกิดจากหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจอุดตัน มักแสดงออกด้วยความรู้สึกกดทับ แน่น หรือปวดรุนแรงมาก

  • อาการเจ็บแน่นหน้าอก (Angina): เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจลดลง โดยเฉพาะขณะออกแรง มักรู้สึกเป็นความกดดันหรือแน่น

  • หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด (Aortic dissection): การฉีกขาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลันและรุนแรง

  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ: อาจเกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจ มักทำให้เกิดอาการเจ็บที่แย่ลงเมื่อหายใจหรือเมื่อนอนราบ

สาเหตุที่มาจากปอด

  • ลิ่มเลือดอุดตันในปอด: การอุดตันอย่างเฉียบพลันของหลอดเลือดปอดด้วยลิ่มเลือด มีอาการหายใจลำบากรุนแรงและเจ็บหน้าอก

  • เยื่อหุ้มปอดอักเสบ: ทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบที่เพิ่มขึ้นขณะหายใจหรือไอ

  • ภาวะลมรั่วในโพรงเยื่อหุ้มปอด: อากาศรั่วออกจากปอดทำให้ปอดแฟบ เกิดอาการเจ็บเฉียบพลันและหายใจลำบาก

  • ปอดอักเสบ: การอักเสบของปอด อาจแสดงออกด้วยไข้ ไอ และเจ็บหน้าอก

  • หลอดลมอักเสบ หอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: การตีบหรืออักเสบของทางเดินหายใจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก

สาเหตุที่มาจากระบบทางเดินอาหาร

  • กรดไหลย้อน: กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้รู้สึกแสบร้อนและบางครั้งมีน้ำรสขมในปากร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก

  • ความผิดปกติของหลอดอาหาร: อาการกลืนลำบากหรือกล้ามเนื้อหลอดอาหารเกร็งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้

  • โรคถุงน้ำดีและตับอ่อน: นิ่วในถุงน้ำดีหรือการอักเสบของตับอ่อนอาจทำให้เกิดอาการเจ็บที่ร้าวมาถึงหน้าอกได้

สาเหตุที่มาจากระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

  • กระดูกอ่อนบริเวณหน้าอกอักเสบ: การอักเสบของกระดูกอ่อนที่เชื่อมกระดูกอกและซี่โครงเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเจ็บ

  • อาการปวดกล้ามเนื้อและไฟโบรมัยอัลเจีย: พบได้โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ หรือเรื้อรัง

  • อาการบาดเจ็บของซี่โครง: ซี่โครงร้าวหรือหักอาจทำให้เกิดอาการเจ็บที่เพิ่มขึ้นเมื่อสัมผัสหรือเคลื่อนไหว

สาเหตุทางจิตใจและอื่น ๆ

  • อาการแพนิค: อาจรู้สึกใจเต้นเร็ว เหงื่อออก เวียนศีรษะ และเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงร่วมกับความวิตกกังวล

  • งูสวัด: การกลับมาทำงานของไวรัสอีสุกอีใสอาจทำให้เกิดผื่นเจ็บบริเวณลำตัวและหน้าอก

  • อื่น ๆ: ไอรุนแรง ปัญหาหายใจเรื้อรัง หรือความผิดปกติในการหายใจบางอย่างก็อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้

อาการร่วมที่อาจพบกับอาการเจ็บหน้าอก

อาการต่อไปนี้ที่เกิดร่วมกับอาการเจ็บอาจต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน:

  • ความรู้สึกกดทับ แน่น หรือแสบร้อนบริเวณหน้าอก

  • อาการเจ็บที่ร้าวไปยังหลัง คอ กราม หรือแขน

  • อาการเจ็บที่เป็นเวลานาน ไม่หายเมื่อพัก หรือแย่ลงเมื่อออกแรง

  • หายใจลำบาก

  • เหงื่อออกเย็น

  • เวียนศีรษะหรือรู้สึกจะเป็นลม

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน

  • อ่อนเพลียทั่วไปและใจสั่น

อาการต่อไปนี้อาจบ่งชี้ถึงสาเหตุที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจ:

  • อาการเจ็บที่เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารเท่านั้น

  • มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมในปาก

  • มีอาการกลืนลำบากร่วมด้วย

  • อาการเจ็บที่เปลี่ยนแปลงตามท่าทางของร่างกายหรือการหายใจลึก

  • มีผื่น ไข้ หรือหนาวสั่น

  • ไอรุนแรง

การประเมินอาการเจ็บหน้าอกทำอย่างไร?

แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดและตรวจร่างกาย คำถามที่พบบ่อย ได้แก่:

  • อาการเจ็บเริ่มเมื่อไรและอย่างไร?

  • อาการเจ็บเป็นตลอดเวลาหรือเป็น ๆ หาย ๆ?

  • มีปัจจัยกระตุ้น เช่น การเคลื่อนไหว การรับประทานอาหาร หรือความเครียดหรือไม่?

  • อาการเจ็บร้าวไปยังบริเวณอื่นหรือไม่?

  • เคยมีอาการคล้ายกันนี้มาก่อนหรือไม่?

การตรวจที่สำคัญที่อาจใช้ในกรณีจำเป็น ได้แก่:

  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): ประเมินจังหวะหัวใจและความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ

  • การตรวจเลือด: ตรวจหาสารบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ (เช่น โตรโพนิน)

  • เอกซเรย์ปอด: ตรวจสอบสภาพทั่วไปของหัวใจและปอด

  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT): ตรวจหาภาวะรุนแรง เช่น ลิ่มเลือดในปอดหรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด

ข้อมูลเกี่ยวกับ “หวัด” และอาการท้องเสียจากไวรัสที่อาจสับสนกับอาการเจ็บหน้าอก

โรคหวัดและอาการท้องเสียจากไวรัสอาจทำให้เกิดอาการที่คล้ายกับอาการเจ็บหน้าอก ทั้งสองมักเกิดจากไวรัส

อาการของโรคหวัด (Nasopharyngitis)

  • คัดจมูกหรือมีน้ำมูก

  • เจ็บคอ

  • ไอ

  • ปวดเมื่อยตามตัวและปวดศีรษะ

  • มีไข้ต่ำ

  • จามและอ่อนเพลีย

อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและมักเป็นไม่รุนแรง หากมีไข้สูงนาน หายใจลำบาก หรืออ่อนเพลียรุนแรงควรได้รับการประเมินทางการแพทย์

อาการของท้องเสียจากไวรัส (Viral Gastroenteritis)

  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ

  • ปวดท้องและเป็นตะคริว

  • คลื่นไส้และอาเจียน

  • ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ

  • มีไข้ต่ำ

ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่หากมีไข้สูง สูญเสียน้ำมาก ถ่ายเป็นเลือด หรืออาเจียนตลอดเวลาควรไปพบแพทย์

สาเหตุของหวัดและวิธีป้องกัน

โรคหวัดมักเกิดจากไวรัสไรโนไวรัส ส่วนท้องเสียจากไวรัสมักเกิดจากโนโรไวรัสและโรตาไวรัส โรคเหล่านี้ติดต่อผ่านการไอ จาม สัมผัสใกล้ชิด หรือสิ่งของที่ปนเปื้อน

วิธีป้องกัน ได้แก่:

  • ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วย

  • ล้างอาหารให้สะอาดและปฏิบัติตามสุขอนามัย

  • หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน

การรักษาและแนวทางสนับสนุน

ทั้งโรคหวัดและท้องเสียจากไวรัสมีสาเหตุจากไวรัส จึงไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปจะรักษาตามอาการ

สำหรับโรคหวัด:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ

  • เลือกดื่มเครื่องดื่มอุ่น เช่น ซุป

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ

สำหรับท้องเสียจากไวรัส:

  • งดอาหารชั่วคราว ดื่มน้ำมาก ๆ

  • เลือกอาหารที่ย่อยง่าย

  • พักผ่อนให้มาก

  • ในเด็กไม่ควรใช้ยาหยุดถ่ายโดยไม่ปรึกษาแพทย์

เมื่อใดควรไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการเจ็บหน้าอก?

ควรไปห้องฉุกเฉินโดยไม่ชักช้าในกรณีต่อไปนี้:

  • อาการเจ็บหน้าอกเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง และไม่หายเมื่อพัก

  • มีอาการหายใจลำบาก ใจสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะร่วมด้วย

  • อาการเจ็บร้าวไปยังหลัง คอ หรือแขน

  • มีโรคหัวใจหรือปอดอยู่เดิมและอาการแย่ลง

คำถามที่พบบ่อย

1. อาการเจ็บหน้าอกเป็นสัญญาณของหัวใจวายเสมอไปหรือไม่?

ไม่ใช่ อาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่อาการเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง หรือเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบว่าไม่ใช่หัวใจวาย

2. โรคหวัดทำให้เจ็บหน้าอกได้หรือไม่?

พบได้น้อย โดยอาจเกิดจากการไอหรือปวดกล้ามเนื้อที่เกิดร่วมกับการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

3. ท้องเสียจากไวรัสทำให้เจ็บหน้าอกได้หรือไม่?

ในบางคนอาจมีอาการไม่สบายหน้าอกจากตะคริวในกระเพาะอาหารอย่างรุนแรงหรือกรดไหลย้อน

4. เมื่อใดควรไปห้องฉุกเฉิน?

หากมีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน ไม่หายเมื่อพัก หรือมีอาการหายใจลำบาก เหงื่อออก หรืออาการเจ็บร้าวไปแขน ควรไปห้องฉุกเฉินทันที

5. สาเหตุของอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกคืออะไร?

การออกกำลังกายอย่างหนัก ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อมักเป็นสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกที่มีต้นกำเนิดจากกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดรุนแรง ต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

6. โควิด-19 สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้หรือไม่?

ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรงหรือมีการลุกลามไปยังปอด อาจรู้สึกเจ็บหน้าอกได้ ในกรณีเช่นนี้ควรรีบขอรับการดูแลทางการแพทย์โดยเร็ว

7. อาการเจ็บหน้าอกอาจเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารหรือไม่?

ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร (กรดไหลย้อน) และโรคของหลอดอาหาร อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกหลังรับประทานอาหารได้

8. อาการเจ็บหน้าอกในเด็กถือว่ารุนแรงหรือไม่?

ในเด็กส่วนใหญ่กรณีจะไม่รุนแรง แต่หากมีอาการปวดที่รุนแรงหรือไม่หายควรปรึกษาแพทย์

9. สามารถทำอะไรได้บ้างที่บ้านสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก?

การพักผ่อน ออกกำลังกายเบา ๆ ประคบร้อน และหากจำเป็นสามารถใช้ยาแก้ปวดอย่างง่ายได้ หากมีข้อสงสัยควรขอคำแนะนำจากแพทย์

10. ควรระวังอะไรบ้างจนกว่าอาการกระเพาะอาหารเย็นจะหาย?

ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารเบา ๆ และพักผ่อน หากมีอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์

11. เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกและหลังพร้อมกันควรพิจารณาโรคอะไรบ้าง?

โรคหลอดเลือดหัวใจ ปัญหากล้ามเนื้อและกระดูก ความผิดปกติของกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดร่วมกันได้

12. อาการปวดใต้หน้าอกขวาบ่งบอกถึงอะไร?

อาจมีสาเหตุมาจากตับ ถุงน้ำดี ปอด หรือระบบกล้ามเนื้อและกระดูก หากอาการปวดรุนแรงหรือเป็นเวลานานควรได้รับการตรวจ

13. อาการเจ็บหัวนมมีความสำคัญหรือไม่?

ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือสาเหตุที่ไม่รุนแรง แต่หากอาการปวดคงอยู่และไม่หายควรได้รับการตรวจจากแพทย์

14. อาการเจ็บหน้าอกอาจมีสาเหตุทางจิตใจหรือไม่?

ได้ ความผิดปกติทางความวิตกกังวลและอาการตื่นตระหนกสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้ โดยมักจะได้รับการวินิจฉัยหลังจากตัดสาเหตุทางกายภาพอื่น ๆ ออกแล้ว

15. สามารถทำอะไรเพื่อป้องกันอาการเจ็บหน้าอกได้บ้าง?

การดูแลสุขภาพหัวใจและปอด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมโรคเรื้อรังจะช่วยลดความเสี่ยงของอาการเจ็บหน้าอกได้

แหล่งข้อมูล

  • องค์การอนามัยโลก (WHO), Chest pain: assessment and management

  • สมาคมหัวใจอเมริกัน (AHA), Warning Signs of a Heart Attack

  • สมาคมปอดอเมริกัน (ALA), Classification and Causes of Chest Pain

  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC), Common Colds and Acute Respiratory Tract Infections

  • Mayo Clinic, Chest pain: First aid

  • European Society of Cardiology (ESC), Cardiac causes of chest pain

  • UpToDate, Initial evaluation of the adult patient with chest pain in the emergency department

คุณชอบบทความนี้ไหม?

แชร์กับเพื่อนของคุณ