อาการปวดบริเวณทวารหนัก: สาเหตุ อาการแสดง และการจัดการ

อาการปวดบริเวณทวารหนักเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มประชากรต่างวัยและเพศต่าง ๆ สาเหตุของอาการปวดนี้มีได้หลากหลาย และส่วนใหญ่มักบรรเทาได้ง่ายด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือการรักษาทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ควรได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ
สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดทวารหนักมีอะไรบ้าง?
ภาวะหลักที่อาจทำให้เกิดอาการปวดบริเวณทวารหนัก ได้แก่
ริดสีดวงทวาร: เกิดจากหลอดเลือดรอบทวารหนักและไส้ตรงขยายตัวและบวม อาจมีอาการคัน บวม หรือมีก้อนที่ไวต่อความรู้สึก
แผลปริขอบทวาร: มักเกิดจากอาการท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง ทำให้เกิดรอยฉีกขาดรอบทวารหนัก อาจทำให้ปวดแสบปวดรุนแรง
ฝีรอบทวาร: เป็นการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อรอบทวารหนัก ทำให้บวม แดง และปวด อาจมีไข้หรือหนาวสั่นร่วมด้วย
รูรั่วทวาร: เป็นช่องทางเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างลำไส้ส่วนปลายกับผิวหนังรอบทวารหนัก มักเกิดหลังการติดเชื้อ
กลุ่มอาการเลเวเตอร์อานิ: เป็นอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อรอบทวารหนักที่เกิดขึ้นชั่วคราวและอาจเกิดซ้ำได้
ท้องเสียเรื้อรังหรือรุนแรง
มะเร็งทวารหนักหรือไส้ตรง
การติดเชื้อบางชนิดที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โรคขนคุด (pilonidal sinus)
โรคผิวหนัง
Proktalgia Fugax: อาการปวดไส้ตรงเฉียบพลัน รุนแรง และเป็นช่วงสั้น ๆ
การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนและร่างกายจากการตั้งครรภ์และการคลอด
การใช้ชีวิตแบบไม่เคลื่อนไหวและนั่งเป็นเวลานาน
อาการปวดทวารหนักเกิดขึ้นได้อย่างไร? ประเภทของอาการปวด
อาการปวดบริเวณทวารหนักอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและแต่ละบุคคล:
อาการปวดที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังขับถ่าย ซึ่งบางครั้งรู้สึกเหมือนถูกแทง มักสัมพันธ์กับแผลปริขอบทวารและริดสีดวงทวาร
อาการปวดเฉียบพลันและต่อเนื่องที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก มักบ่งบอกถึงฝีรอบทวาร
อาการปวดรุนแรงแบบเกร็งที่เกิดขึ้นทันที มักเกี่ยวข้องกับภาวะ proktalgia fugax
อาการปวดเรื้อรังที่ไม่หาย อาจเกิดจากสาเหตุทางระบบประสาทหรือปัญหาที่ไขสันหลัง
อาการทั่วไปของอาการปวดทวารหนัก
อาการปวดทวารหนักมักมีอาการร่วมดังนี้:
รู้สึกแสบ เจ็บ หรือบวม
รู้สึกไม่สบายหรือปวดขณะนั่ง
ปวดมากขึ้นระหว่างหรือหลังขับถ่าย
คันรอบทวารหนัก
บางครั้งผิวหนังบริเวณนั้นไวต่อความรู้สึกหรือมีรอยแดง
สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการปวดทวารหนักจะบรรเทาได้ในระยะเวลาอันสั้นด้วยการรักษาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรง เรื้อรัง หรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์
สาเหตุของอาการปวดทวารหนักในเด็กมีอะไรบ้าง?
ในเด็กและทารก อาการปวดทวารหนักมักเกี่ยวข้องกับแผลปริขอบทวาร ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดหลังขับถ่ายแข็งเนื่องจากท้องผูก ทำให้เด็กปวดขณะขับถ่ายและบางครั้งอาจมีเลือดออกเล็กน้อย
อาการคันและแสบก็พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตประจำวันของเด็ก แผลปริขอบทวารในเด็กมักหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ (แผลเฉียบพลัน) แต่หากหายเกินสามสัปดาห์จะเรียกว่า "แผลเรื้อรัง" และควรปรึกษากุมารแพทย์หรือศัลยแพทย์
สาเหตุของอาการปวดทวารหนักในช่วงตั้งครรภ์
ในระหว่างตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและแรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นจากมดลูกที่ขยายตัว อาจทำให้เกิดอาการปวดทวารหนักได้ อาการท้องผูก ริดสีดวงทวาร และแผลปริขอบทวารเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดทวารหนักในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของแม่และทารก มักแนะนำให้ใช้วิธีที่ไม่ใช่ยาเป็นอันดับแรก:
แช่น้ำอุ่นแบบนั่ง
ประคบเย็น
ทำความสะอาดบริเวณนั้นอย่างอ่อนโยนและใช้ขี้ผึ้งบรรเทา
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวร่างกายให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการนั่งนาน และรับประทานอาหารที่สมดุลจะช่วยลดความเสี่ยงของอาการปวดทวารหนักในระหว่างตั้งครรภ์
สาเหตุของอาการปวดทวารหนักในสตรีสูงอายุ
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดทวารหนักในสตรีสูงอายุคือภาวะไส้ตรงเคลื่อนเข้าไปในช่องคลอด (rectocele) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่คลอดบุตรหลายครั้ง ผ่านการผ่าตัดมดลูก หรือในสตรีสูงอายุ การวินิจฉัยต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ หากอาการไม่รุนแรง แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หากอาการรุนแรงอาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
วิธีที่สามารถทำได้ที่บ้าน: การบรรเทาอาการปวดทวารหนักในผู้หญิง
สามารถใช้วิธีธรรมชาติและวิธีเสริมต่าง ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดทวารหนักได้ เช่น
ดื่มน้ำมาก ๆ
รับประทานอาหารที่มีใยอาหารเพียงพอ (ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด)
ประคบเย็นบริเวณที่ปวด
แช่น้ำอุ่นแบบนั่ง
ทำความสะอาดบริเวณทวารหนักอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัดถูหรือระคายเคือง
ใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรือเจลว่านหางจระเข้
ดื่มชาดอกคาโมมายล์ มะลิ หรือเลมอนบาล์ม
วิธีเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการเล็กน้อยได้ แต่หากอาการยังคงอยู่ควรปรึกษาแพทย์ ไม่แนะนำให้ใช้ยาด้วยตนเอง
การตรวจวินิจฉัยเมื่อมีอาการปวดทวารหนัก
หากมีอาการปวดทวารหนักชัดเจนหรือเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์โปรกโตโลยีหรือศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก การวินิจฉัยอาจประกอบด้วย
การตรวจร่างกาย
การส่องกล้อง (anoscopy, rectoscopy)
Defecography (การถ่ายภาพขณะขับถ่าย)
Anorectal manometry (การวัดการทำงานของกล้ามเนื้อ)
แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการถ่ายภาพเพิ่มเติมหากจำเป็น
แนวทางการรักษาอาการปวดทวารหนักในผู้หญิง
ในผู้หญิง อาการปวดทวารหนักอาจเพิ่มขึ้นหลังคลอดและในช่วงวัยหมดประจำเดือน สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีต่อไปนี้:
นวดเบา ๆ และออกกำลังกายผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบทวารหนัก
นั่งในท่าที่เหมาะสม (ในผู้หญิงให้นั่งโดยให้หลังอยู่ด้านหลังช่องคลอด ในผู้ชายให้นั่งโดยให้โคนอวัยวะเพศอยู่บนพื้นแข็ง)
แช่น้ำอุ่นแบบนั่งและประคบเย็น
ดื่มน้ำและรับประทานใยอาหารให้เพียงพอ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ดื่มชาสมุนไพร (เช่น ดอกคาโมมายล์ เลมอนบาล์ม มะลิ)
ในกรณีจำเป็น อาจใช้ยาหรือฉีดโบท็อกซ์ภายใต้การดูแลของแพทย์
หากอาการปวดทวารหนักไม่หาย รุนแรง หรือเกิดซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อย
1. ควรสังเกตอาการร่วมใดบ้างเมื่อมีอาการปวดทวารหนัก?
หากมีเลือดออกจากทวารหนัก มีของเหลวกลิ่นเหม็น ไข้ บวมเฉียบพลัน ขับถ่ายลำบาก หรือมีน้ำหนักลด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. อาการปวดทวารหนักเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงเสมอไปหรือไม่?
ไม่ใช่เสมอไป ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุไม่รุนแรง แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง หากอาการต่อเนื่องหรือรุนแรงไม่ควรละเลย
3. เมื่อเด็กมีอาการปวดทวารหนักควรทำอย่างไร?
ส่วนใหญ่มักเกิดจากแผลปริขอบทวารและหายได้เอง แต่หากอาการยังคงอยู่ รุนแรง หรือมีเลือดออก ควรปรึกษากุมารแพทย์
4. วิธีบรรเทาอาการปวดทวารหนักในหญิงตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
แช่น้ำอุ่นแบบนั่ง ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่มีใยอาหาร ประคบเย็น และดูแลความสะอาดบริเวณนั้นอาจช่วยได้ หากอาการยังคงอยู่ควรปรึกษาแพทย์
5. ควรไปพบแพทย์สาขาใดเมื่อมีอาการปวดทวารหนัก?
ควรปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมทั่วไป โดยเฉพาะแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านโปรกโตโลยีหรือศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
6. วิธีธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการปวดทวารหนักที่บ้านมีอะไรบ้าง?
รับประทานอาหารที่มีใยอาหาร ดื่มน้ำมาก ๆ แช่น้ำอุ่นแบบนั่ง ประคบเย็น และทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
7. จะป้องกันอาการปวดทวารหนักได้อย่างไร?
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่อยู่นิ่งนาน และสร้างนิสัยขับถ่ายที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
8. อาการปวดทวารหนักสามารถเกิดจากโรคผิวหนังได้หรือไม่?
ได้ โรคผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อราที่ผิวหนัง และโรคผิวหนังบางชนิดอื่น ๆ สามารถทำให้เกิดอาการปวดและความไม่สบายบริเวณทวารหนักได้
9. ริดสีดวงทวารและรอยแยกทวารหนักแตกต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองอย่างสามารถทำให้เกิดอาการปวดได้ ในริดสีดวงทวารจะมีอาการบวมและเลือดออกเด่นกว่า ส่วนรอยแยกทวารหนักจะมีอาการปวดแสบเหมือนถูกมีดบาดและแสบขณะขับถ่ายเด่นชัด
10. ฝีทวารหนักคืออะไร? จะสังเกตได้อย่างไร?
จะมีอาการบวม แดง ปวดเฉียบพลันและรุนแรงบริเวณทวารหนัก บางครั้งมีไข้และหนาวสั่น ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์
แหล่งข้อมูล
องค์การอนามัยโลก (WHO) หน้าข้อมูลโรคทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) คู่มือโรคทวารหนักและทวารหนัก
แนวทางคลินิกของสมาคมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักแห่งอเมริกา (ASCRS)
วารสารการแพทย์อังกฤษ (BMJ), "Evaluation and management of anal pain" (2022)
Mayo Clinic, ภาพรวมและแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการปวดทวารหนัก