คู่มือสุขภาพ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาการคลื่นไส้

Dr. HippocratesDr. Hippocrates11 พฤษภาคม 2569
ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาการคลื่นไส้

อาการคลื่นไส้คืออะไร?

อาการคลื่นไส้คือภาวะที่บุคคลรู้สึกไม่สบายหรือระคายเคืองบริเวณกระเพาะอาหาร และมักเกิดร่วมกับความรู้สึกอยากอาเจียน ภาวะนี้อาจเกิดจากการที่เนื้อหาในกระเพาะอาหารพยายามเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน หรือเกิดจากปัจจัยภายนอกบางประการ อาการคลื่นไส้ไม่ใช่โรคโดยตัวมันเอง แต่โดยทั่วไปเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ และอาจเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงปัญหาร้ายแรง

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการคลื่นไส้มีอะไรบ้าง?

อาการคลื่นไส้อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร (เช่น อาหารเป็นพิษ)

  • ภาวะแพ้อาหารและการไม่ทนต่ออาหารบางชนิด

  • การบริโภคแอลกอฮอล์ นิโคติน หรือคาเฟอีนมากเกินไป

  • ผลข้างเคียงของยา หรือพิษจากยา

  • โรคกระเพาะและแผลในกระเพาะอาหาร

  • โรคของอวัยวะในช่องท้อง เช่น ตับอ่อนอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ

  • ความเครียดรุนแรง วิตกกังวล หรือความตึงเครียดทางจิตใจ

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (เช่น ขณะตั้งครรภ์)

  • อาการเมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน

นอกจากนี้ ในบางคน ไมเกรน เวียนศีรษะ อากาศร้อนจัดหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาการปวดรุนแรง และความเครียดทางอารมณ์ก็อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้เช่นกัน

จะบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้อย่างไร?

แม้อาการคลื่นไส้มักจะหายได้เอง แต่หากสร้างความรำคาญ สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ควรหาสาเหตุของอาการคลื่นไส้ก่อน และในกรณีที่อาการเกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากไม่มีโรคร้ายแรงแฝงอยู่ ข้อแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้:

ขิง

ขิงได้รับการยืนยันจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายฉบับว่าช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ สามารถรับประทานสด ชงในน้ำร้อนเป็นชา หรือเติมในอาหารก็ได้ นอกจากขิงสดแล้ว ขิงผงก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

ชาสมุนไพร (คาโมมายล์และเฟนเนล)

ชาคาโมมายล์และเฟนเนลช่วยปลอบประโลมระบบทางเดินอาหาร ควรดื่มแบบไม่ร้อนเกินไป จิบทีละน้อย และอาจเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ

ชาใบสะระแหน่ – มะนาว

ชาที่ทำจากใบสะระแหน่และมะนาวอาจช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ในบางคนได้ เนื่องจากกลิ่นหอมแรง อาจทำให้บางคนเกิดผลตรงข้ามได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การฝึกหายใจลึกและอากาศบริสุทธิ์

การหายใจลึกและช้าในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะในกรณีที่อาการคลื่นไส้ไม่รุนแรงและเกิดขึ้นชั่วคราว อาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้น วิธีนี้ได้ผลดีโดยเฉพาะเมื่อเกิดอาการคลื่นไส้จากการรับประทานอาหารหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป

การรับประทานอาหารเหลวและอาหารย่อยง่าย

เนื่องจากอาจสูญเสียน้ำร่วมกับอาการคลื่นไส้ จึงควรจิบน้ำ ชาสมุนไพร หรือเครื่องดื่มที่มีอิเล็กโทรไลต์ทีละน้อย เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ และเบา เช่น แครกเกอร์กลิ่นเค็ม กล้วย มันฝรั่งต้ม เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารสบายขึ้น

unnamed.jpg

ควรระวังอะไรเพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้?

การปรับเปลี่ยนนิสัยบางอย่างสามารถช่วยป้องกันอาการคลื่นไส้ได้ เช่น:

  • รับประทานอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด

  • หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรืออาหารหนัก

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการบริโภคแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป

  • ขณะเดินทางควรเลือกรับประทานอาหารเบา ๆ และหยุดพักเป็นระยะหากเป็นไปได้

  • ฝึกผ่อนคลายเพื่อจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวล

มาตรการเหล่านี้โดยทั่วไปช่วยลดความเสี่ยงของอาการคลื่นไส้ได้ แต่หากมีปัญหาสุขภาพอื่นแฝงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หากอาการเกิดซ้ำบ่อยหรือรุนแรงขึ้น

อาการคลื่นไส้จะหายได้อย่างไร? วิธีที่สามารถทำได้เองที่บ้าน

สามารถลองวิธีต่อไปนี้เพื่อลดอาการคลื่นไส้เล็กน้อยที่บ้าน:

  • ออกไปเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์นอกอาคารชั่วครู่

  • จิบน้ำหรือของเหลวทีละน้อยเพื่อเพิ่มการรับของเหลว

  • รับประทานอาหารที่ไขมันต่ำ เบา และย่อยง่าย

  • ดื่มชาขิงสดหรือชาใบสะระแหน่

  • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วหรือกะทันหัน และพักผ่อน

  • ฝึกหายใจเพื่อจัดการกับความเครียด

  • ใช้ยาแก้คลื่นไส้ตามคำแนะนำของแพทย์

ควรตระหนักว่า หากอาการคลื่นไส้เป็นเวลานานหรือเกิดซ้ำ การรักษาด้วยตนเองอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์เมื่อใด?

ควรปรึกษาแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้:

  • ผู้ใหญ่มีอาการอาเจียนนานเกินสองวัน

  • เด็กมีอาการอาเจียนนานเกินหนึ่งวัน

  • อาการคลื่นไส้และ/หรืออาเจียนเกิดซ้ำแม้จะเป็นระยะ ๆ นานเกินหนึ่งเดือน

  • มีน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

อาการที่ต้องได้รับการดูแลฉุกเฉิน:

  • เจ็บหน้าอก

  • ปวดท้องรุนแรง

  • เวียนศีรษะ เป็นลม มองเห็นภาพไม่ชัด

  • มีไข้สูง

  • คอแข็งหรือปวดต้นคอ

  • ผิวหนังเย็น ชื้น และซีด

  • ปวดศีรษะรุนแรง

  • ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือของเหลวได้นานเกิน 12 ชั่วโมง

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะทางการแพทย์ที่รุนแรงและต้องได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ชักช้า

คำถามที่พบบ่อย

1. สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการคลื่นไส้คืออะไร?

การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ภาวะแพ้อาหาร ยาบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด และการบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อย

2. อาการคลื่นไส้ในขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติหรือไม่?

อาการคลื่นไส้ขณะตั้งครรภ์พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก หากอาการรุนแรงหรือมีน้ำหนักลดควรปรึกษาแพทย์

3. อาการคลื่นไส้โดยไม่มีอาเจียนอาจบ่งชี้ปัญหาร้ายแรงได้หรือไม่?

ใช่ อาการคลื่นไส้ที่เป็นประจำหรือเกิดซ้ำอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพร้ายแรงและควรได้รับการตรวจจากแพทย์

4. อาหารชนิดใดช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้บ้าง?

แครกเกอร์เค็ม กล้วย มันฝรั่งต้ม ข้าว โยเกิร์ต และซุปไขมันต่ำมักช่วยให้กระเพาะอาหารสบายขึ้น

5. ขิงและสะระแหน่ปลอดภัยสำหรับทุกคนหรือไม่?

โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ผู้ที่แพ้หรือใช้ยาบางชนิดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมใด ๆ

6. ควรไปพบแพทย์เมื่อใดหากมีอาการคลื่นไส้?

หากอาการคลื่นไส้เป็นเวลานาน มีอาเจียน ไข้สูง ปวดท้อง หรือมีน้ำหนักลด ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

7. อาการคลื่นไส้ในเด็กอันตรายหรือไม่?

ในเด็ก การสูญเสียน้ำเกิดขึ้นได้เร็วกว่า ดังนั้นหากมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนนานควรให้ความสำคัญและปรึกษาแพทย์

8. อาการคลื่นไส้สามารถเกิดจากสาเหตุทางจิตใจได้หรือไม่?

ใช่ ความเครียด วิตกกังวล และภาวะทางจิตใจบางอย่างสามารถทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้

9. มีวิธีใดบ้างที่สามารถป้องกันอาการคลื่นไส้ที่บ้าน?

อากาศบริสุทธิ์ การรับประทานอาหารเบา ๆ การดื่มของเหลว และชาสมุนไพรสามารถช่วยบรรเทาอาการได้

10. จะป้องกันอาการคลื่นไส้ขณะเดินทางได้อย่างไร?

เลือกรับประทานอาหารเบา ๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง หยุดพักเป็นระยะ และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หากจำเป็น

11. อาการคลื่นไส้เรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคอะไรบ้าง?

โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะ ตับอ่อนอักเสบ โรคถุงน้ำดี รวมถึงโรคระบบทางเดินอาหารอื่น ๆ และโรคเมตาบอลิซึมหรือระบบประสาทบางชนิดก็อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้

12. ยาแก้คลื่นไส้ทำให้เกิดการติดยาได้หรือไม่?

การใช้ยาแก้คลื่นไส้ในระยะสั้นมีความเสี่ยงต่อการติดยาต่ำ แต่หากใช้เป็นเวลานานหรือโดยไม่จำเป็น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง

13. ไข้สูงร่วมกับอาเจียนหมายถึงอะไร?

ไข้สูงร่วมกับอาการคลื่นไส้และอาเจียนอาจบ่งชี้การติดเชื้อหรือภาวะอักเสบรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์

14. หากมีอาการท้องเสียร่วมกับคลื่นไส้ควรทำอย่างไร?

ควรใส่ใจในการรับประทานน้ำให้เพียงพอ หากอาการท้องเสียเป็นอยู่นานหลายวัน หรือมีเลือด มีไข้สูง ควรปรึกษาแพทย์

15. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนอกเหนือจากการตั้งครรภ์ทำให้คลื่นไส้ได้หรือไม่?

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น รอบเดือน หรือโรคไทรอยด์ ก็อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้เป็นครั้งคราวได้

แหล่งข้อมูล

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) “แผ่นข้อมูลเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้และอาเจียน”

  • เมโยคลินิก “อาการคลื่นไส้และอาเจียน: สาเหตุและการรักษา”

  • วิทยาลัยระบบทางเดินอาหารแห่งอเมริกา “แนวทางการดูแลอาการคลื่นไส้และอาเจียน”

  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) “โรคที่เกิดจากอาหารเป็นพิษ”

  • วารสารการแพทย์อังกฤษ (BMJ) “อาการคลื่นไส้และอาเจียนในผู้ใหญ่: บททบทวนทางคลินิก”

คุณชอบบทความนี้ไหม?

แชร์กับเพื่อนของคุณ

อาการคลื่นไส้คืออะไร? | Celsus Hub